นี่มันปกติเหรอ! แกะดูไส้ใน "แปรงสีฟันไฟฟ้า" เห็นแล้วอ้วกแทบพุ่ง หมอเฉลยคืออะไร?

นี่มันปกติเหรอ! แกะดูไส้ใน "แปรงสีฟันไฟฟ้า" เห็นแล้วอ้วกแทบพุ่ง หมอเฉลยคืออะไร?

นี่มันปกติเหรอ! แกะดูไส้ใน "แปรงสีฟันไฟฟ้า" เห็นแล้วอ้วกแทบพุ่ง หมอเฉลยคืออะไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สภาพไส้ใน "แปรงสีฟันไฟฟ้า" เห็นแล้วขนลุก หมอเฉลยคืออะไร อันตรายไหม?

เห็นภาพนี้แล้วหลายคนอาจจะต้องรีบกลับไปเช็กของตัวเองด่วน เมื่อโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ "ไส้ในของหัวแปรงสีฟันไฟฟ้า" ที่ถูกถอดออกมา แล้วพบกับสภาพสุดสยอง ทั้งคราบดำและสิ่งสกปรกที่หมักหมมอยู่ภายใน จนทำเอาชาวเน็ตขนลุกและเกิดคำถามว่า "ข้างนอกดูสะอาด แต่ข้างในสกปรกขนาดนี้ เรากำลังเอาเชื้อโรคเข้าปากอยู่หรือเปล่า?"

ภาพไวรัลสุดสยอง สิ่งนี้คืออะไรกันแน่?

จากภาพที่เห็นเป็นคราบสีดำเกาะแน่นอยู่ภายในหัวแปรง สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ใช้งานจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ทพ.เหงียน ทันห์ ตวน (Dr. Nguyen Thanh Tuan) ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้ออกมาให้ความรู้และชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อลดความกังวลของผู้บริโภค

คราบดำที่เห็น คือ "เชื้อโรค" ใช่หรือไม่?

คุณหมอระบุว่า จากภาพเพียงอย่างเดียวไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็นแบคทีเรียทั้งหมด ในความเป็นจริง คราบสีดำ ที่เห็น มักเกิดจาก:

  • คราบยาสีฟันที่ตกค้างและแห้งกรังสะสมเป็นเวลานาน
  • ส่วนผสมของน้ำ น้ำลาย และคราบพลัคที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน
  • เชื้อรา หรือแบคทีเรีย ที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น หากทำความสะอาดไม่ถูกวิธี

ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "แปรงสีฟันไฟฟ้า" ไม่ดี แต่อยู่ที่ "พฤติกรรมการใช้งานและการดูแลรักษา" ของแต่ละบุคคลมากกว่า

แปรงไฟฟ้า "สกปรกกว่า" แปรงธรรมดาจริงไหม?

คุณหมอยืนยันว่า "ไม่จริง" หากใช้งานอย่างถูกต้อง แปรงสีฟันไฟฟ้าอาจสะอาดกว่าด้วยซ้ำ เพราะหัวแปรงถอดเปลี่ยนได้ และระบบสั่นยังช่วยลดแรงกดที่อาจทำร้ายเหงือก รวมถึงขจัดคราบพลัคได้ดีกว่าในหลายๆ กรณี

แต่สิ่งที่ทำให้มันกลายเป็น "แหล่งสะสมเชื้อโรค" คือพฤติกรรมของผู้ใช้ เช่น ไม่ถอดหัวแปรงล้างหลังใช้, ปล่อยให้น้ำขัง, เก็บในกล่องปิดทึบทั้งที่ยังเปียก หรือใช้หัวแปรงเดิมนานเกิน 3 เดือน

4 วิธีป้องกัน ไม่ให้แปรงกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อ

เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพ "ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง" เหมือนในภาพ คุณหมอแนะนำ 4 หลักการง่ายๆ ดังนี้:

  1. ถอดหัวแปรงล้างทุกครั้ง: หลังแปรงฟันเสร็จ ต้องถอดหัวแปรงออกมาล้างน้ำให้สะอาด ทั้งตัวหัวแปรงและก้านเหล็กที่ตัวเครื่อง
  2. ปล่อยให้แห้งสนิท: วางผึ่งลมให้แห้งตามธรรมชาติ อย่ารีบเก็บใส่กล่องหรือฝาครอบขณะที่ยังเปียกชื้น
  3. เปลี่ยนหัวแปรงตามกำหนด: ควรเปลี่ยนหัวแปรงใหม่ทุกๆ 2-3 เดือน เหมือนกับแปรงสีฟันธรรมดา
  4. ทำความสะอาดด้ามจับ: หมั่นเช็ดทำความสะอาดตัวเครื่อง เพื่อป้องกันคราบน้ำและยาสีฟันไหลซึมเข้าไปสะสม

สรุป: ควรเลิกใช้แปรงไฟฟ้าไหม?

คุณหมอทิ้งท้ายว่า อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกับภาพเพียงภาพเดียวจนเลิกใช้ของดี แปรงสีฟันไฟฟ้าไม่ใช่ผู้ร้าย สิ่งสำคัญคือความเข้าใจในการดูแลรักษา ต่อให้ใช้ของแพงแค่ไหน ถ้าไม่รักษาความสะอาด ก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้เหมือนกัน

ดังนั้น ใครที่ใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าอยู่ เย็นนี้กลับไปถอดหัวแปรงเช็กดูสักนิด แล้วเริ่มทำความสะอาดให้ถูกวิธี เพื่อสุขอนามัยที่ดีในช่องปาก

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ ของ นี่มันปกติเหรอ! แกะดูไส้ใน "แปรงสีฟันไฟฟ้า" เห็นแล้วอ้วกแทบพุ่ง หมอเฉลยคืออะไร?

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล